REFERENCE.NAME

ฟังก์ชั่น REFERENCE.NAME จะส่งค่ากลับมาเป็นการแทนค่าสตริงของการอ้างอิงเซลล์ที่กำหนด

REFERENCE.NAME(การอ้างอิง, ความจำเพาะของการอ้างอิง, ลักษณะการอ้างอิง)

การอ้างอิง: การอ้างอิงเซลล์ (ไม่บังคับ) เซลล์ที่ถูกอ้างอิงสามารถประกอบด้วยค่าใดๆ หรือเป็นเซลล์ว่างก็ได้ ถ้าละเว้นการอ้างอิง เซลล์ที่มีสูตรจะถูกนำมาใช้

ความจำเพาะของการอ้างอิง: ค่าโมดอล (ไม่บังคับ) ที่กำหนดจำนวนของข้อมูลที่จะส่งกลับในสตริง

เซลล์ (0 หรือเว้นว่าง): ส่งค่ากลับมาเป็นที่อยู่ของเซลล์เท่านั้น

ตาราง (1): ส่งค่ากลับมาเป็นชื่อตารางและที่อยู่ของเซลล์

ทั้งหมด (2): ส่งค่ากลับมาเป็นชื่อแผ่นงานหรือเลขสไลด์ ชื่อตาราง และที่อยู่ของเซลล์

ลักษณะการอ้างอิง: ค่าโมดอล (ไม่บังคับ) ที่กำหนดลักษณะการตั้งชื่อของสตริงที่ส่งกลับ

ชื่อส่วนหัว (0 หรือเว้นว่าง): ส่งค่ากลับมาเป็นชื่อส่วนหัวที่แสดงการอ้างอิงเซลล์ หากมี

A1 (1): ส่งค่ากลับมาเป็นเซลล์ในรูปแบบ A1

หมายเหตุ

  • ถ้า REFERENCE.NAME ถูกใช้ในเซลล์หัวตาราง ลักษณะการอ้างอิงจะเป็นค่าเริ่มต้นของ A1 แม้ว่าชื่อส่วนหัวถูกเลือกอยู่

  • ถ้าหมวดหมู่หรือฟิลเตอร์ถูกเพิ่มไปยังตาราง REFERENCE.NAME จะเก็บการอ้างอิงเซลล์ต้นฉบับเพื่อไม่ให้ส่งผลกับสตริงที่ส่งกลับ การดำเนินการนี้จะช่วยให้ใช้ REFERENCE.NAME กับฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ เช่น INDIRECT

ตัวอย่างเช่น

ให้ชื่อส่วนหัวของคอลัมน์ B เป็น "December" ชื่อส่วนหัวของแถว 2 เป็น "Sales" และ B3 เป็น "B2"

=REFERENCE.NAME(B2) จะส่งค่ากลับมาเป็น "December Sales"

=REFERENCE.NAME(B2, 2) จะส่งค่ากลับมาเป็น "Sheet 1::Table 1::December Sales"

=REFERENCE.NAME(B) ส่งค่ากลับมาเป็น "December"

=REFERENCE.NAME(INDIRECT(B3)) จะส่งค่ากลับมาเป็น "December Sales"

ดูเพิ่มเติมINDIRECT
Morty Proxy This is a proxified and sanitized view of the page, visit original site.
เป็นประโยชน์ไหม
จำกัดอักขระ: 250
จำกัดอักขระสูงสุดไม่เกิน 250
ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็น
Morty Proxy This is a proxified and sanitized view of the page, visit original site.